- หลักการทำงานของแบตเตอรี่ และ การบำรุงรักษา

แบตเตอรี่


      แบตเตอรี่ (Battery) คือ อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่จัดเก็บพลังงานเพื่อไว้ใช้

ต่อไป ถือเป็นอุปกรณ์ที่สามารถแปลงพลังงานเคมีให้เป็นไฟฟ้าได้โดยตรง

ด้วยการใช้เซลล์กัลวานิก (galvanic cell) ที่ประกอบด้วยขั้วบวกและ

ขั้วลบ พร้อมกับสารละลายอิเล็กโตรไลต์ (electrolyte solution) 

แบตเตอรี่อาจประกอบด้วยเซลล์กัลวานิกเพียง 1 เซลล์ หรือมากกว่า

ก็ได้ แบตเตอรี่เป็นอุปกรณ์สำหรับจัดเก็บไฟฟ้าเท่านั้น ไม่ได้ผลิตไฟฟ้า 

สามารถประจุไฟฟ้าเข้าไปใหม่ (recharge)ได้หลายครั้งและประสิทธิภาพ

จะไม่เต็ม 100% จะอยู่ที่ประมาณ 80% เพราะมีการสูญเสียพลังงานบาง

ส่วนไปในรูปความร้อนและปฏิกิริยาเคมีจากการประจุ/จ่ายประจุนั่นเอง 

แบตเตอรี่จัดเป็นอุปกรณ์ที่มีราคาแพง และเสียหายได้ง่าย หากดูแลรักษา

ไม่ดีเพียงพอหรือใช้งานผิดวิธี รวมถึง อายุการใช้งานของแบตเตอรี่แต่ละ

ชนิดจะแตกต่างกันไป เนื่องด้วยวิธีการใช้, การบำรุงรักษา, การประจ ุและ

อุณหภูมิ ฯลฯ

      แบตเตอรี่ที่เหมาะสำหรับใช้งานกับระบบไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์มากที่สุดคือ แบตเตอรี่แบบจ่ายประจุสูง (Deep discharge 

battery) เพราะถูกออกแบบให้สามารถจ่ายพลังงานปริมาณมากหรือน้อยได้อย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานๆ โดยไม่เกิดความเสียหาย เรา

จะสามารถใช้ไฟฟ้าที่เก็บอยู่ในแบตเตอรี่นี้ได้อย่างต่อเนื่องถึง 80%โดยแบตเตอรี่ไม่ได้รับความเสียหาย ซึ่งต่างจากแบตเตอรี่รถยนต

ที่ถูกออกแบบให้จ่ายพลังงานสูงใน ช่วงเวลาสั้นๆ ถ้าใช้ไฟฟ้ามากกว่า 20-30% ของพลังงานที่เก็บอยู่ จะทำให้อายุการใช้งานสั้นลง

ได้  ส่วนมากแบตเตอรี่ที่ใช้ในระบบโซลาร์เซลล์ จะมีลักษณะที่ฝาครอบด้านบนเปิดออกได้ เพื่อให้สามารถตรวจสอบเซลล์ และเติมน้ำ

ในเวลาที่จำเป็นได้ เรียกว่า แบตเตอรี่แบบเซลล์เปิด (Open cell หรือ Unsealed หรือ Flooded cell battery) มีบางชนิดที่ถูกปิดแน่น

และไม่ต้องการการซ่อมบำรุง เรียกว่า แบตเตอรี่แบบไม่ต้องดูแลรักษา (Maintenance free หรือ Sealed battery) ซึ่งทั้ง 2 ชนิดที่ว่า

มานั้น หายาก และราคาสูงมากครับ 

 

 

ซ้าย: แบตเตอรี่แบบเซลล์เปิด          
ขวา: แบตเตอรี่แบบไม่ต้องดูแลรักษา

      แบตเตอรี่ที่เหมาะสมและหาได้ง่ายในบ้านเรา ผมแนะนำแบตเตอรี่ชนิด Deep Cycle แบบเติมน้ำกลั่นซึ่งทุกวันนี้หลายๆบริษัท

ที่ผลิตแบตเตอรี่ได้ทำออกมาจำหน่ายแข่งกันแล้ว ไม่ว่าจะเป็น YUSA , 3K, TROJANฯลฯ ซึ่งแบตเตอรี่ Deep Cycle จะแพงกว่า

แบตเตอรี่รถยนตประมาณ 2 เท่า แต่อายุการใช้งานนานกว่าแบตเตอรี่รถยนต์ ชาร์ตง่ายกว่า จ่ายไฟได้เยอะกว่า ซึ่งถ้าเปรียบเทียบ

ปริมาณไฟฟ้าที่ได้กับราคาแบตเตอรี่ที่เราจ่ายไปนั้น แบตเตอรี่ชนิด Deep Cycle จะมีอายุการใช้งานได้ยาวนานกว่า แบตเตอรี่รถยนต์ 

หลายเท่าและคุ้มค่าที่สุด ในการที่จะเลือกใช้ขนาดแบตเตอรี่ให้เหมาะสมกับขนาดโซล่าเซลล์นั้นแนะนำให้ท่านปรึกษากับผู้รับติดตั้ง

ระบบโซล่าเซลล์ เพราะมีตัวแปรหลายอย่างที่จะต้องนำมาช่วยออกแบบให้เหมาะสมกับงานแต่ละงาน และลูกค้าหรือผู้ใช้งานแต่ละ

ท่านก็มีรูปแบบการใช้ งานที่แตกต่างกันออกไป

       หากจะเลือกที่จะใช้แบตเตอรี่รถยนต์เพราะเห็นว่าราคาถูกกว่าหรือหาได้ง่ายกว่า ก็จำเป็นต้องแนะนำ ว่าควรเลือกแบตเตอรี่ให้

เหมาะสมกับระบบ คือ ขนาดแบตเตอรี่ และ ขนาดแผงโซล่าเซลล์ ควรสมดุลย์กัน เพราะแบตเตอรี่รถยนต์หลายรุ่นมี กระแสขั่นต่ำ ใน

การชาร์จนั่นหมายถึงหากฃใช้แผงโซล่าเซลล์ที่ผลิตกระแสไฟได้ต่ำ เช่น แผงโซล่าเซลล์ชนิด Amorphous ก็ไม่ควรที่จะใช้แบตเตอรี่

รถยนต์ ขนาดใหญ่เกินไป เพราะมันจะชาร์จไม่เข้า ยกตัวอย่างแบตเตอรี่รถยนต์บางรุ่น 12V 150Ahต้องใช้กระแสในการชาร์จมากกว่า 

5 A จึงจะชาร์จไฟเข้าแบตเตอรี่ได้ ซึ่งหากต้องการนำแบตเตอรี่ขนาดนี้มาใช้ในงานโซล่าเซลล์ ต้องมั่นใจว่าแผงโซล่าเซลล์ ผลิต

กระแสไฟฟ้าได้มากกว่า 5 A

        การผลิตไฟของแผงโซล่าเซลล์นั้น  กำลังไฟ(กระแสและความต่างศักดิ์)ที่ได้นั้น ขึ้นอยู่กับคุณภาพของพลังงานแสงอาทิตย์หรือ

ปริมาณของแสงแดด ดังนั้น ช่วง 6.00-9.00 น. และ 16.00-18.00 น. กำลังไฟที่ได้จะน้อยกว่าช่วง 10.00-15.00 น. ถ้าแบตเตอรี่ใน

ระบบของท่านเป็นแบตเตอรี่รถยนต์ขนาดใหญ่ เช่น 12V 120Ahขึ้นไป ช่วง  6.00-9.00 น. และ 16.00-18.00 น. ไฟอาจจะยังชาร์จ

ไม่เข้าเลย ต้องรอให้แดดจัดๆก่อน และนั่นคือเหตุผลที่เราควรเลือกใช้แบตเตอรี่ชนิด Deep Cycel เพราะแบตเตอรี่ชนิดนี้จะสามารถ

ชาร์จไฟเข้าได้แม้กระแสชาร์จจะต่ำ นั่นหมายถึงเราจะได้กำลังไฟฟ้าทันที ที่มีแดดเลยครับ

 

              ถ้าต้องการการะแสให้สูงมากขึ้น ให้นำแบตเตอรี่หลายลูกมาต่อกันแบบขนานเพื่อให้ได้กระแสสูงขึ้นตามต้องการให้ใช้งานได้ยาวนานขึ้น

 


รูปแสดงการต่อแบบขนาน

        ถ้าต้องการแรงดันมากขึ้น ให้นำแบตเตอรี่หลายลูกมาต่อกันแบบอนุกรมเพื่อให้ได้แรงดันสูงขึ้นตามต้องการ

รูปแสดงการต่อแบบอนุกรม

        ถ้าต้องการแรงดันและกระแสมากขึ้น ให้นำแบตเตอรี่มาต่อกันแบบอนุกรมผสมกับแบบขนาน

รูปแสดงการต่อแบบอนุกรมผสมกับแบบขนาน

ความสามารถในการจัดเก็บพลังงาน

        ความจุของแบตเตอรี่ในการบรรจุพลังงานมีหน่วยเป็น แอมแปร์-ชั่วโมง (Ampere-Hour; Ah) พลังงานในแบตเตอรี่ 12 V 100 

Ah เท่ากับ 12V x 100Ah หรือ12V x 100A x 3600s จะได้เท่ากับ 4.32 MJ ถ้าแบตเตอรี่ 100 Ah เท่ากับว่าแบตเตอรี่จะจ่าย

กระแส 1 แอมแปร์อย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 100 ชั่วโมง หรือ แบตเตอรี่จ่ายกระแส 10 แอมแปร์อย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 10 ชั่วโมง เช่น

เดียวกับแบตเตอรี่จ่ายกระแส 5 แอมแปร์อย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 20 ชั่วโมง ซึ่งทั้งหมดนี้จ่าย กระแสเท่ากับ 100 Ah ทั้งสิ้น จะเห็นได้

ว่า แบตเตอรี่ที่มีความจุเท่ากันอาจมีความเร็วในการจ่ายกระแสต่างกันได้ ดังนั้น การจะทราบความจุของแบตเตอรี่ต้องทราบถึง อัตรา

การจ่ายกระแสด้วย มักกำหนดเป็นจำนวนชั่วโมงของการจ่ายกระแสเต็มที่การกำหนดขนาดของแบตเตอรี่สำหรับระบบเซลล์แสง

อาทิตย์นั้น ขึ้นอยู่กับความจุของ แบตเตอรี่ในการจัดเก็บพลังงาน, อัตราการจ่ายประจุสูงสุด, อัตราการประจุสูงสุดและอุณหภูมิต่ำสุดที่

จะนำแบตเตอรี่ไปใช้งาน (อุณหภูมิที่ได้ผลดีที่สุดของแบตเตอรี่ตะกั่ว-กรด คือ 77 F หรือประมาณ 60-80 F) 


การติดตั้งแบตเตอรี่ใหม่

              แบตเตอรี่ใหม่ก่อนที่จะนำไปใช้จะต้องมีน้ำกรดอยู่เต็ม ให้ทำการต่อแบตเตอรี่แล้วปล่อยให้ประจุไฟฟ้าจากแผงเซลล์แสง

อาทิตย์อย่างน้อย 2 วันที่มีแสงอาทิตย์ ถ้าในแบตเตอรี่ใหม่ไม่มีอิเล็กโตรไลต์ในเซลล์ต่างๆ ให้เติมน้ำกรดสำหรับแบตเตอรี่ลงไปและ

แบตเตอรี่ที่เติมใหม่นี้ควรนำไปต่อใช้งานกับระบบเซลล์แสงอาทิตย์ทันที แล้วปล่อยให้ทำการประจุไฟฟ้าอย่างน้อย 2 วันที่มีแสง

อาทิตย์ก่อนนำไปใช้งานและ ห้าม ต่ออุปกรณ์ไฟฟ้าใดๆ เข้ากับแบตเตอรี่ขณะทำการประจุ

 

ข้อควรรู้เกี่ยวกับแบตเตอรี่

        ประเภทต่างๆของแบตเตอรี่ที่อาจเกิดกับแบตเตอรี่และอุปกรณ์ไฟฟ้า โดยจะปิดสวิตช์ อุปกรณ์ไฟฟ้ากระแสตรงที่ต่อเชื่อม หาก

แรงดัน ของ ประเภทต่างๆของแบตเตอรี่  แบ่งออกได้เป็น 3  ประเภท  ดังนี้

         1  แบบธรรมดา(Conventional)  หรือ  แบตเตอรี่ชนิดน้ำ เป็นแบตเตอรี่ ที่ใช้โลหะตะกั่วผสมพลวงเหมาะกับการใช้งานทั่วไป 

ราคาถูก  เหมาะกับรถยนต์ที่ใช้งานทั่วไป

         2 แบตเตอรี่แบบไฮบริด(HYBRID) หรือ  ชนิดกึ่งแห้ง  ใช้ตะกั่วผสมแคลเซียมในโครงแผ่นธาตุลบ เป็น เทคโนโลยีของญี่ปุ่น มี

ข้อดีคือ อายุการใช้งานทนทานกว่าแบตเตอรรี่ธรรมดา และไม่ต้องกังวลเรื่องเติมน้ำกลั่น นอกจากนี้ในภาวะที่ใช้งานหนัก (Deep 

Cycle –Heaty Duty) เช่น รถบรรทุก,รถโดยสารและรถรับจ้าง

         3. แบบแคลเซียม แมนเทนแนนซ์ฟรี (Calcium-Maintenance Free)  หรือ  แบตเตอรี่ชนิดแห้งใช้ตะกั่วผสมแคลเซียมทั้งใน

โครงแผ่นธาตุบวกและลบ มีคุณสมบัติดีกว่า HYBRID คือไม่ต้องเติมน้ำกลั่น ตลอดอายุการใช้งาน(แต่ในเมืองไทยที่มีอากาศร้อน ดัง

นั้นอาจต้องมีการเติมน้ำกลั่นบ้าง)ในเมืองไทย รถยนต์ที่ประกอบตั้งแต่ปี 2545 จะใช้แบตเตอรี่ชนิด Ca-MF ทั้งหมด สะดวกต่อการใช้

งาน และไม่ต้องบำรุงรักษา

 

ข้อควรรู้เกี่ยวกับแบตเตอรี่ทั่วไป

         วิธีการชาร์จแบตเตอรี่

                1.กดปุ่มสีแดงลงเพื่อตัดกระแสระหว่างแบตเตอรี่กับหน่วยควบคุม จากนั้นเสียบจุด Output ของเครื่องชาร์จกับปลั๊กที่ฐาน

ซึ่งเชื่อมต่อกับแบตเตอรี่

                2.ในการชาร์จแบตเตอรี่จะต้องอยู่ในบริเวณที่ปราศจากไฟ เปลวไฟ และการแผ่รังสีที่ก่อให้เกิดความร้อน และต้องอยู่ในที่ๆ 

มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก 

 

การบำรุงรักษาแบตเตอรี่ (Dry Cell Battery Maintenance)

         1. การจ่ายกระแสไฟฟ้า (Discharge)

                1.1 หลีกเลี่ยงการจ่ายกระแสไฟฟ้าเกินความสามารถของแบตเตอรี่ (Over Discharge) โดยการใช้งานหนักเกินความจา

เป็น (Over Load) เนื่องจากจะทำให้อายุของแบตเตอรี่สั้นลง เพราะฉะนั้นควรให้แบตเตอรี่จ่ายกระแสไฟฟ้าประมาณ 70-80% ของ 

Capacity เช่น แบตเตอรี่ 24 โวลต์ ควรมี Cut-Off Discharge Voltage ประมาณ 20.4 โวลต์

                1.2 สภาพการใช้และความจุของแบตเตอรี่ ความสามารถในการจ่ายกระแสไฟฟ้าขึ้นอยู่กับสภาพของแบตเตอรี่ เช่น 

แบตเตอรี่ที่แห้งและสะอาด จะมีความสามารถในการจ่ายกระแสไฟฟ้าได้ดี ใช้รถยกหรือบรรทุกสิ่งของด้วยความเหมาะสมกับความ

สามารถ ซึ่งควรมีความระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง

                       1.2.1 การจ่ายกระแสไฟฟ้า ความจุของแบตเตอรี่ ลดลงเมื่อจ่ายกระแสเพิ่มขึ้น

                       1.2.2 อุณหภูมิ ความจุของแบตเตอรี่จะลดลงเมื่อใช้งานในสถานที่ที่มีอุณหภูมิต่างๆ

การใช้งานมานาน ความจุของแบตเตอรี่จะลดลงเมื่อมีอายุมากขึ้น การใช้งานบ่อยครั้งหรือเป็นเวลานานขึ้น

         2. การประจุไฟ (Normal Charge)

                2.1 แบตเตอรี่เมื่อผ่านการใช้งานเสร็จสิ้นในแต่ละวัน ต้องได้รับการประจุไฟแต่ควรระวังไม่ให้อุณหภูมิ

ของELECTROLYTE สูงเกิน 50°C ควรลดกระแสในการประจุไฟเพื่อป้องกันไม่ให้อุณหภูมิของ ELECTROLYTE สูงขึ้น

                2.2 ตรวจสอบให้แน่ใจว่าในการต่อ Plug เพื่อการประจุไฟ ต้องแน่นกระชับ ขั้วถูกต้อง Charger อยู่ในตำแหน่ง Off เมื่อ 

On Charger แล้ว ห้ามถอดหรือขยับ Plug เพราะอาจทำให้เกิดประกายไฟซึ่งจะเป็นอันตรายต่อสะพานไฟ ข้อต่อต่างๆ หากมีความ

จำเป็นควร Cut Off Power Source

 

ข้อควรระวังเกี่ยวกับแบตเตอรี่

         1. อย่าให้แบตเตอรี่จ่ายกระแสไฟเกินความสามารถ (Over Discharge) เพราะทำให้แบตเตอรี่มีอายุ การใช้งานสั้นลงกว่าปกติ

         2. อย่าประจุไฟแบตเตอรี่มากเกินไป ควรประจุไฟให้ถูกต้องเหมาะสม มิเช่นนั้นแบตเตอรี่จะเสื่อมสภาพเร็วขึ้น

         3. อย่าให้อุณหภูมิของ Electrolyte สูงเกินกว่า 50 °C

         4. รักษาแบตเตอรี่ให้แห้ง สะอาดอยู่เสมอ เพื่อป้องกันการรั่วซึมและผุกร่อน

         5. อย่านำโลหะหรือเครื่องมือ เช่น ประแจหรือไขควงวางบนสะพานไฟ (Connector) เพราะอาจเกิดการ Spark สะเก็ดไฟ ทำให้

แบตเตอรี่ชารุดเสียหาย

         6. อย่าสูบบุหรี่บริเวณที่มีการประจุไฟแบตเตอรี่

         7. ตรวจสอบทุกครั้งเมื่อมี่การเชื่อมต่อ Plug ของแบตเตอรี่เข้ากับ Plug ของ Charger หรือ Truck ต้องเป็นขนาดเดียวกัน และ

ขั้วบวก ลบ ถูกต้อง

         8. อย่าถอดหรือขยับ Plug เมื่อมีการ On Charger หรือ On Key Switch ของ Truck

         9. ถอด Plug ออกทุกครั้งเมื่อเลิกใช้ Truck หรือ เลิกการประจุไฟแบตเตอรี่

 

ความรู้เกี่ยวกับแบตเตอรี่

         แบตเตอรี่ คือ อุปกรณ์ที่เราใช้เก็บไฟฟ้า โดยจะรับกระแสไฟฟ้า เก็บไฟฟ้าไว้และจ่ายออกมา ให้ใช้ในเวลาที่เราต้องการ 

แบตเตอรี่เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าเคมี เก็บไฟฟ้าไว้ในสภาพของสารเคมีและแปลงออกมาเป็นไฟฟ้า ซึ่งสารเคมีในแบตเตอรี่ยังทำงานกลับ

ไปกลับมาได้เรื่อยๆ เป็นเวลานานๆ

แบตเตอรี่ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ

         1. ชนิดแห้ง (Dry Cell) คือ พวกถ่านไฟฉาย

         2. ชนิดน้ำ (Wet Cell) มี 2 ชนิด คือ

         2.1 แบตเตอรี่ด่าง เช่น แบตเตอรี่ในมือถือ, วิทยุสื่อสาร

         2.2 แบตเตอรี่ตะกั่ว – กรด (Lead –Acid Battery) คือ แบตเตอรี่ที่ใช้ในรถยนต์ทั่วไป, Traction Battery ใช้ในรถยกไฟฟ้า 

เป็นต้น

 

แบตเตอรี่ทำงานอย่างไร

         แบตเตอรี่ตะกั่ว-กรด ประกอบด้วยเซลล์หรือหมู่ของเซลล์ต่อเข้าด้วยกัน ในหมู่ของเซลล์ประกอบขึ้นด้วยกลุ่มของแผ่นธาตุทั้ง

แผ่นบวกและแผ่นลบ ซึ่งแผ่นธาตุทั้งบวกและลบทำจากโลหะต่างชนิดกันกั้นด้วยฉนวน เรียกว่า “แผ่นกั้น” โดยนำมาจุ่มไว้ใน 

“ELECTROLYTE” หรือที่เรียกว่า “น้ำกรดผสม” (Sulfuric Acid) น้ำกรดผสมจะทำปฏิกิริยากับแผ่นธาตุในเชิงเคมีเพื่อเปลี่ยนพลังงาน

เคมีเป็นพลังงานไฟฟ้า และแต่ละเซลล์สามารถจ่ายประจุไฟฟ้าได้ประมาณ 2 โวลต์ เซลล์ของแบตเตอรี่ส่วนมากจะถูกนำมาต่อเข้ากับ 

“แบบอนุกรม” (Series) ซึ่งจะเพิ่มโวลต์หรือแรงดันขึ้นเรื่อยๆ เช่น แบตเตอรี่ 12 โวลต์ จะต้องใช้จำนวนเซลล์ 6 เซลล์

มาต่อกัน แบบอนุกรม, แบตเตอรี่ 24 โวลต์ ใช้ 12 เซลล์ เป็นต้น

         การเกิดพลังงานไฟฟ้า แผ่นธาตุสองชนิด “แผ่นบวก” คือ LEAD DIOXIDE และ “แผ่นลบ” คือ SPONGE LEAD ถูกนำมาจุ่มลง

ในกรดผสม “แรงดัน” (Volt) ก็จะเกิดขึ้นที่ขั้วทั้งสอง เมื่อระบบแบตเตอรี่ครบวงจร กระแสก็จะไหลทันทีเพื่อเปลี่ยนพลังงานเคมีออกมา

เป็นพลังงานไฟฟ้า ในกรณีนี้เรียกว่า “การคายประจุไฟ” 

(Discharge) ซึ่งตัวกรดในน้ำกรดผสมจะวิ่งเข้าทาปฏิกิริยาต่อแผ่นธาติทั้งทางบวกและลบโดยจะค่อยๆ เปลี่ยนสภาพของแผ่นธาตุทั้ง

สองชนิดให้กลายเป็นตะกั่วซัลเฟรต

(Lead Sulfate) เมื่อแผ่นธาตุทั้งบวกและลบเปลี่ยนสภาพไปเป็นโลหะชนิดเดียวกัน คือ “ตะกั่วซัลเฟรต” แบตเตอรี่ก็จะไม่มีสภาพของ

ความแตกต่างทางแรงดันกระแส ก็จะทำให้กระแสหยุดไหลหรือไฟหมด

 

TRACTION BATTERIES

         ส่วนประกอบ (Constraction)

                1. แผ่นธาตุบวก (Positive Plate) เป็นโลหะผสมของตะกั่ว ละเลงด้วยเพสต์ของผงตะกั่วผสม กับสารละลายกรดซัลฟูริก 

(Sulfulic Acid) มี 2 ชนิด

         “แบบหลอด” (Tubular Type) และ “แบบเรียบ” (Pasted Type)

                2. แผ่นธาตุลบ (Negative Plate) เป็นโลหะผสมของตะกั่วเช่นเดียวกัน แต่เติมสารเร่งปฏิกิริยามีเฉพาะ “แบบเรียบ” 

(Pasted Type)

                3. แผ่นกั้น (Seperator) มีหลายชนิด เช่น แผ่นกั้นยางไมโครโฟรัส

         (Microporous Rubber), พลาสติก (Plastic),กระดาษใยแก้ว

                4. เปลือกและฝา (Container & Cover) ทาจากพลาสติก Transparent Plastic ซึ่งมีความยืดหยุ่นทนต่อแรงกระแทก ทน

ต่อการกัดกร่อนของกรด

 

การประจุไฟ (Charging)

         การประจุไฟครั้งแรก แบตเตอรี่ที่นำมาใช้งานเมื่ออยู่ในสภาพยังไม่ได้เติมน้ำกรดผสม และไม่ได้รับการประจุไฟ หรือบางครั้งอาจ

เติมน้ำกรดผสมและประจุไฟมาแล้ว

ควรนำมาเติมน้ำกรดผสม และทำการประจุไฟครั้งแรก หรือเพียงแต่ประจุไฟเพิ่มเติม แล้วแต่สภาพของแบตเตอรี่

         1. การเติมน้ำกรดผสม (Electrolyte) ให้เติมน้ำกรดผสมเจือจางที่มีความถ่วงจำเพาะ (Specific Gravity) ตามที่กำหนด (1.280 

+ 0.010) ลงไปในเซลล์จนระดับน้ำ

กรดผสมอยู่เหนือแผ่นธาตุ โดยพยายามไม่ให้น้ำกรดล้นออกจากเซลล์ โดยที่อุณหภูมิของน้ำกรดผสมก่อนเติมจะต้องต่ำกว่า 35 °C

         2. การต่อแบตเตอรี่เข้ากับเครื่องประจุไฟ ต้องใช้กระแสไฟตรง (Direct Current) เท่านั้นในการประจุไฟ โดยต่อขั้วบวกของ

แบตเตอรี่เข้ากับขั้วบวกของเครื่อง

ประจุไฟ ขั้วลบของแบตเตอรี่เข้ากับขั้วลบของเครื่องประจุไฟ ตรวจดูให้แน่ใจเสมอว่า ต่อขั้วแบตเตอรี่ถูกต้อง แน่น เรียบร้อยดี

         3. เริ่มประจุไฟภายหลังเติมน้ำกรดผสมไปแล้ว 3-10 ชั่งโมง โดยอุณหภูมิของน้ำกรดผสมต้องต่ำกว่า 40 °C หากพบว่าระดับนำ

กรดผสม (Electrolyte) ต่ำลงให้เติมลงไปจนถึงระดับสูงสุด (Maximum Level)

         4. ทำการประจุไฟติดต่อกันไปตลอดด้วยกระแสไฟ และระยะเวลาตามที่กำหนดใน Spec

         5. ขณะประจุไฟ ถ้าอุณหภูมิของ ELECTROLYTE สูงเกิน 50 °C ให้ลดกระแสไฟลงหรือหยุดประจุไฟ อย่าให้อุณหภูมิของ 

ELECTROLYTE สูงถึง 60 °C

         6. การวัดและจดบันทึกข้อมูลขณะทำการประจุไฟครั้งแรก ควรมีการวัดและจดบันทึกค่าของกระแสไฟ (Ampere) แรงดันไฟฟ้า 

(Voltage) ความถ่วงจำเพาะ

(SP.gr.) และอุณหภูมิ (Temperature)

         7. เมื่อสิ้นสุดการประจุไฟ จะได้ค่าความถ่วงจำเพาะ (Specific Gravity) ของน้ำยา (Electrolyte) ประมาณ 1.280 ปล่อย

แบตเตอรี่ไว้เฉยๆ ประมาณ 1 ชั่วโมง 

ปรับระดับของ ELECTROLTE ให้ถึงระดับสูงสุด ปิดจุกหมุนเกลียวช่องเติมกรดให้แน่น


  • solarcell22.jpg
    เซลล์แสงอาทิตย์ (Solar Cell) เป็นอุปกรณ์สำหรับเปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์ให้เป็นพลังงานไฟฟ้า โดยการนำสารกึ่งตัวนำ เช่น ซิลิกอนซึ่งมีราคาถูกที่สุดและมีมากที่สุดบน พื้นโลก มาผ่านกร...

  • DSCF0053.JPG
    เครื่องแปลงกระแสไฟฟ้าคืออะไร เครื่องแปลงกระแสไฟฟ้าหรือInverterเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ ถือว่ามีความสำคัญที่สุด และ มีความซับซ้อนเครื่องแปลงกระแสไฟฟ้านี้ มีหน้าที่ แปลงไฟฟ...

  • DSCF6401.png
    เครื่องควบคุมการประจุ ตรงกับคำภาษาอังกฤษว่า Charger controller บ้างก็ใช้ Charge regulator ชื่อก็บอกอยู่ชัดเจนว่าหน้าที่คือ ประจุไฟฟ้าที่ผลิตได้จากแผง เซลล์แสงอาทิตย์ลงในแบตเตอร...

  • solar00.jpg
    โซลาร์เซลล์ (SOLAR CELL) 1. อยากติดโซลาร์เซลล์ที่บ้าน เพื่อลดค่าไฟฟ้าจะคุ้มหรือไม่ จุดคุ้มทุนกี่ ปี่? ตอบคุ้มแน่นอนครับ เมื่อคืนทุน 7-9 ปีในการช่วยลดค่าไฟฟ้า ด้วยอายุการ ทำงานของแ...

  • sayfai.jpg
    การเลือกใช้งานไฟฟ้าอย่างเหมาะสม สายไฟมีหน้าที่เป็นตัวนำไฟฟ้าโดยที่เป็นโลหะหรือวัสดุที่ยอมให้ กระแสไฟฟ้าไหลผ่านได้ดีหรือเป็นสื่อในการส่งกระแสไฟฟ้าจากที่หนึ่ง ไปอีกที่หนึ่ง เปรีย...

  • ฮาวมิเตอร์.jpg
    Energy Meter ( Watt hour meter ) การวัดและเครื่องวัดพลังงาน เมื่อเราคำนวณกำลังที่สูญเสียในโหลดในช่วงเวลาที่กำหนดเราจะได้รับ พลังงานงานที่ใช้ไปซึ่งเขียนได้ในรูป เมื่อวัดช่ว...

  • Untitled-1.jpg
    Grid Tie Inverter ระบบ On Grid System หรือ Grid Tie Inverter เป็นระบบที่เชื่อมต่อโซ ล่าเซลล์เข้ากับสายส่งไฟฟ้าเพื่อขายไฟฟ้าคืนให้การไฟฟ้าหรือช่วย ประหยัดค่าไฟฟ้าได้ อุปกณ์ที่เกี่ยว...

  • Solar-Panel-Module.JPG
    โซล่าเซลล์ (Solar cell) โซล่าเซลล์ คืออุปกรณ์สำหรับเปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์ให้เป็น พลังงานไฟฟ้า โซล่าเซลล์จะมีประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าสูงที่สุดในช่วง เวลากลางวัน พลังงานไฟฟ้าที...

  • inverter pure sine wave 6000w (1).jpg
    หลักการทำงานและชนิดของ UPS เข้าชมสินค้าได้ที่นี่ รุ่นขนาด 1Kw , รุ่นขนาด 2Kw , รุ่นขนาด 3Kw , รุ่นขนาด 6Kw ตามมาตรฐาน EN 50091-3 / IEC 62040-3 สามารถแบ่ง UPS ออกเป็น ...

  • ดาวน์โหลด.jpg
    คำถามเรื่องไฟฟ้าที่คุณอยากรู้ - สาระน่ารู้ เพื่อที่อยู่อาศัย ในชีวิตประจำวันของคนเรา ส่วนใหญ่ต้องใช้ไฟฟ้าเป็นแหล่ง พลังงานสำคัญในการดำเนินชีวิต แต่มีคนจำนวนไม่มากนักที่จะให้ควา...

  • what-is-power-factor_img1.jpg
    Power Factor (PF.) คืออะไร? สำหรับโรงงานอุตสาหกรรม อาคารขนาดใหญ่หรือผู้ใช้ไฟฟ้าที่มีการใช้ไฟฟ้าระบบ 3 เฟสที่มีการใช้กำลังงานมากกว่า 30 kW ขึ้นไปในบิลเรียกเก็บค่าไฟฟ้าที่ได้รับใน...

  • 9669.jpg
    ความหมายของ IP (Ingress Protection) ความหมายของระดับการป้องกันที่ใช้กัน หรือ IP (Ingress Protection) เป็น ค่าที่กำหนดค่ามาตรฐานของอุปกรณ์ไฟฟ้านั้นๆ ในการป้องกันอันตราย จาก ของแข็ง...

  • solarccccc.jpg
    การคำนวณปริมาณไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ตัวอย่างบ้านหลังหนึ่ง ใช้อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าดังนี้ 1.หลอดฟลูออเรสเซนต์18วัตต์ 2หลอดรวม 36วัตต์แต่ละ หลอดใช้ไฟฟ้า ทั้งหมด6ชั่วโมง จะใช้ไฟฟ้า...

  • yher.jpg
    สูตร การคำนวณค่าทางไฟฟ้ากระแสสลับ A = KW x 1000 / Vx P.F. (1 Phase) A = KW x 1000 / 1.732 x Vx P.F. (3 Phase) KW. = A x V x P.F. / 1000 (1 Phase) KW. = A x V x 1.732 x P.F. / 100...