- ความหมายของโซล่าเซลล์

โซล่าเซลล์ (Solar cell)
 
         โซล่าเซลล์ คืออุปกรณ์สำหรับเปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์ให้เป็น

พลังงานไฟฟ้า โซล่าเซลล์จะมีประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าสูงที่สุดในช่วง

เวลากลางวัน พลังงานไฟฟ้าที่เหลือจากการใช้ สามารถเก็บสะสมไว้ใน

แบตเตอรี่เพื่อไว้ใช้ในเวลากลางคืนได้ แผงโซล่าเซล ที่มีวัตต์สูง สามารถ

ชาร์จได้เร็ว วัตต์ต่ำชาร์จได้ช้า 

การใช้งานพลังงานแสงอาทิตย์มีจุดเด่นที่สำคัญ ดังต่อไปนี้

          1. ไม่มีชิ้นส่วนที่เคลื่อนไหวในขณะใช้งาน จึงไม่เกิดการสึกหรอ 

และไม่มีมลภาวะทางเสียง

          2. ไม่ก่อให้เกิดมลภาวะเป็นพิษจากขบวนการผลิตไฟฟ้า

          3. การบำรุงรักษาน้อยมาก และสามารถทำได้ง่าย

          4. ผลิตไฟฟ้าได้แม้มีแสงแดดอ่อนหรือมีเมฆ

          5. เป็นการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ที่ได้มาฟรีและมีไม่สิ้นสุด

        6. ผลิตไฟฟ้าได้ทุกมุมโลกแม้บนเกาะเล็กๆ กลางทะเล บนยอดเขาสูง และในอวกาศ

        7. ได้พลังงานไฟฟ้าโดยตรงซึ่งเป็นพลังงานที่นำมาใช้ได้สะดวกที่สุด

 

ชนิดของโซล่าเซลล์

        แผงโซล่าเซลล์แบ่งออกตามชนิดของวัสดุที่ใช้ผลิตได้ 2 ชนิด คือกลุ่มที่ทำจากสารกึ่งตัวนำประเภทซิลิคอน (Silicon) และ 

กลุ่มที่ทำจากสารประกอบ ที่ไม่ใช่ซิลิคอน ซึ่งประเภทหลังนี้ จะเป็นโซล่าเซลล์ที่มีประสิทธิภาพสูงถึง 25% ขึ้นไป แต่มีราคาสูงมาก 

ส่วนมากใช้งานสำหรับดาวเทียม แต่ปัจจุบันการพัฒนาขบวนการผลิตสมัยใหม่ ทำให้แผงโซล่าเซลล์ที่ทำจากสารประกอบมีราคาถูก

ลง และมีแนวโน้มการมาใช้มากขึ้นในอนาคต โซล่าเซลล์ที่ผลิตจากสารกึ่งตัว นำประเภทซิลิคอน (Silicon) สามารถแบ่งย่อยตาม

ลักษณะของผลึกที่เกิดขึ้น ได้ 2 ชนิด คือ แบบที่ไม่เป็นรูปผลึก หรือโซล่าเซลล์ แบบอะมอร์ฟัสซิลิคอน (Amorphous Silicon Solar 

Cell) และแบบเป็นรูปผลึก (Crystal) โซล่าเซลล์แบบอะมอร์ฟัส จะเห็นทั่วไปในเครื่องคิดเลขพลังแสงอาทิตย์ ปัจจุบันมีการนำมาทำ

เป็น thin flim โซล่าเซลล์ชนิดนี้จะมีประสิทธิภาพต่ำ ประมาณ 6-10%

        โซล่าเซลล์แบบที่เป็นรูปผลึก แบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ ชนิดโมโนซิลิคอน ( Mono Crystalline Silicon Solar Cell) และ ชนิด

โพลีซิลิคอน ( Poly Crystalline Silicon Solar Cell)

        โซล่าเซลล์ แบบโมโนจะเป็นชนิดผลึกเดี่ยว จะมีความบริสุทธิ์ของซิลิกอนสูงกว่าแบบโพลี ทำให้โซล่าเซลล์แบบโมโนนั้นมี

ราคามันแพงกว่าโพลี และมีประสิทธิภาพสูง ถึงประมาณ 18% ปัจจุบันโซล่าเซลล์ชนิดโมโนได้มีการปรับปรุงและพัฒนาโดยมีการ

สะท้อนของแสงอาทิตย์ภายในเซลล์ลดลง เพื่อให้แสงตกกระทบลงบนชั้น n ได้มากที่สุดครับ ทำให้ประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นถึง 25% เลย

ทีเดียว

         โซล่า เซลล์แบบโพลี จะมีความบริสุทธิ์ของซิลิกอนน้อยกว่า แบบโมโน ทำให้ประสิทธิภาพต่ำกว่าแบบโมโน แต่ก็สูงกว่าอะ

มอฟัส โซล่าเซลล์แบบโพลี ถ้าสังเกตที่แผ่นจะมีสีเงินๆ ผสมอยู่ด้วย เนื่องจากเป็นแร่อื่นๆ ที่ติดมาด้วย ประสิทธิภาพของโซล่าเซลล์

แบบ โพลีจะอยู่ที่ประมาณ 12-15%

โซล่าเซลล์ที่ผลิตจากสารประกอบ ที่เป็นสารกึ่งตัวนำชนิดอื่นๆ ที่ไม่ใช่ซิลิกอน และนำมา dope แบบหลายชั้น ตั้งแต่ double 

jungtion, triple junction และ multi junction เช่น Ga, Td และอื่นๆ แต่ที่นิยมกันในปัจจุบันนำมาใช้กับระบบรวมแสง หรือ 

concentreated คือ GaAs หรือแกลเลียมอาเซไนด์ โซล่าเซลล์ชนิดนี้มีประสิทธิภาพสูงถึง 35% และมีราคาสูงกว่าชนิดอื่น

 

หลักการทำงานของโซล่าเซลล์

         โซล่าเซลล์ (Solar Cell) เป็นสิ่งประดิษฐ์กรรมทาง electronic ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นอุปกรณ์สำหรับเปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์

ให้เป็นพลังงาน ไฟฟ้า โดยการนำสารกึ่งตัวนำ เช่น ซิลิกอน ซึ่งมีราคาถูกที่สุดและมีมากที่สุดบนพื้นโลกมาผ่านกระบวนการทาง

วิทยาศาสตร์ เพื่อผลิตให้เป็นแผ่นบางบริสุทธิ์ และทันทีที่แสงตกกระทบบนแผ่นเซลล์ รังสีของแสงที่มีอนุภาคของพลังงานประกอบที่

เรียกว่า โฟตอน (Proton) จะถ่ายเทพลังงานให้กับอิเล็กตรอน (Electron) ในสารกึ่งตัวนำจนมีพลังงานมากพอที่จะกระโดดออกมาจาก

แรงดึงดูดของอะตอม (atom) และเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระ ดังนั้นเมื่ออิเล็กตรอนเคลื่อนที่ครบวงจรจะทำให้เกิดไฟฟ้ากระแสตรงขึ้น

วัสดุสำคัญที่ใช้ทำโซล่าเซลล์ได้แก่ สารซิลิคอน (Si) ซึ่งเป็นสารชนิดเดียวกับที่ใช้ทำชิพในคอมพิวเตอร์ และเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ 

ซิลิคอนเป็นสารซึ่งไม่เป็นพิษ มีการนำมาผลิตโซล่าเซลล์ใช้กันอย่างแพร่หลายเพราะมีราคาถูก คงทน และเชื่อถือได้ นอกจากนี้ยังมี

วัสดุชนิดอื่นที่สามารถนำมาผลิตโซล่าเซลล์ได้ เช่น แกลเลียมอาเซไนด์ CIS และ แคดเมียมเทลเลอไรด์ แต่ยังมีราคาสูง และบาง

ชนิดยังไม่มีการพิสูจน์เรื่องอายุการใช้งานว่าสามารถใช้งานได้นาน

 

ข้อเสียของ Si : การทำให้บริสุทธิ์และอยู่ในรูปสารที่พร้อมจะทำเซลล์ฯ มีราคาแพง และ แตกหักง่ายในขบวนการผลิต

       การทำงานของโซล่าเซลล์ เป็นขบวนการเปลี่ยนพลังงานแสงเป็นกระแสไฟฟ้าได้โดยตรง โดยเมื่อแสงซึ่งเป็น

คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและมีพลังงานกระทบกับสารกึ่งตัวนำ จะเกิดการถ่ายทอดพลังงานระหว่างกัน พลังงานจากแสงจะทำให้เกิดการ

เคลื่อนที่ของกระแสไฟฟ้า (อิเลคตรอน) ขึ้นในสารกึ่งตัวนำ จึงสามารถต่อกระแสไฟฟ้าดังกล่าวไปใช้งานได้

n – type ซิลิคอน ซึ่งอยู่ด้านหน้าของเซลล์ คือ สารกึ่งตัวนำที่ได้การโดปปิ้งด้วยสารฟอสฟอรัส มีคุณสมบัติเป็นตัวให้อิเล็กตรอนเมื่อ 

รับพลังงานจากแสงอาทิตย์p – type ซิลิคอน คือสารกึ่งตัวนำที่ได้การโดปปิ้งด้วยสารโบรอน ทำให้โครงสร้างของอะตอมสูญเสีย

อิเล็กตรอน (โฮล) เมื่อรับพลังงาน จากแสงอาทิตย์จะทำหน้าที่เป็นตัวรับอิเล็กตรอน เมื่อนำซิลิคอนทั้ง 2 ชนิด มาประกบต่อกันด้วย p 

– n junction จึงทำให้เกิดเป็น " โซล่าเซลล์ " ในสภาวะที่ยังไม่มีแสงแดด n – type ซิลิคอนซึ่งอยู่ด้านหน้าของเซลล์ ส่วนประกอบ

ส่วนใหญ่พร้อมจะให้อิเล็กตรอน แต่ก็ยังมีโฮลปะปนอยู่บ้างเล็กน้อย ด้านหน้าของ n – type จะมีแถบโลหะเรียกว่า Front Electrode 

ทำหน้าที่เป็นตัวรับอิเล็กตรอน ส่วน p – type ซิลิคอนซึ่งอยู่ด้านหลังของเซลล ์ โครงสร้างส่วนใหญ่เป็นโฮล แต่ยังคงมีอิเล็กตรอน

ปะปนบ้างเล็กน้อย ด้านหลังของ p – type ซิลิคอนจะมีแถบโลหะเรียกว่า Back Electrode ทำหน้าที่เป็นตัวรวบรวมโฮล

เมื่อ มีแสงอาทิตย์ตกกระทบ แสงอาทิตย์จะถ่ายเทพลังงานให้กับอิเล็กตรอนและโฮล ทำให้เกิดการเคลื่อนไหว เมื่อพลังสูงพอทั้ง

อิเล็กตรอนและโฮลจะวิ่งเข้าหาเพื่อจับคู่กัน อิเล็กตรอนจะวิ่งไปยังชั้น n – type และโฮลจะวิ่งไปยังชั้น p type อิเล็กตรอนวิ่งไปรวมกัน

ที่ Front Electrode และโฮลวิ่งไปรวมกันที่ Back Electrode เมื่อมีการต่อวงจรไฟฟ้าจาก Front Electrode และ Back Elec trode 

ให้ครบวงจร ก็จะเกิดกระแสไฟฟ้าขึ้น เนื่องจากทั้งอิเล็กตรอนและโฮลจะวิ่งเพื่อจับคู่กัน

ตัวแปรที่สำคัญ ที่มีส่วนทำให้โซล่าเซลล์มีประสิทธิภาพการทำงานในแต่ละ พื้นที่ต่างกัน และมีความสำคัญในการพิจารณานำไปใช้

ในแต่ละพื้นที่ ตลอดจนการนำไปคำนวณระบบหรือคำนวณจำนวนแผงแสงอาทิตย์ที่ต้องใช้ในแต่ละ พื้นที่ คือความเข้มของแสง และ

อุณหภูมิ กระแสไฟ (Current) จะเป็นสัดส่วนโดยตรงกับความเข้มของแสง หมายความว่าเมื่อความเข้มของแสงสูง กระแสที่ได้จากโซ

ล่าเซลล์ก็จะสูงขึ้น ในขณะที่แรงดันไฟฟ้าหรือโวลต์แทบจะไม่แปรไปตามความเข้มของแสงมากนัก ความเข้มของแสงที่ใช้วัดเป็น

มาตรฐานคือ ความเข้มของแสงที่วัดบนพื้นโลกในสภาพอากาศปลอดโปร่ง ปราศจากเมฆหมอกและวัดที่ระดับน้ำทะเลในสภาพที่แสง

อาทิตย์ตั้งฉากกับพื้นโลก ซึ่งความเข้ม ของแสงจะมีค่าเท่ากับ 100 mW ต่อ ตร.ซม. หรือ 1,000 W ต่อ ตร.เมตร ซึ่งมีค่าเท่ากับ AM 

1.5 (Air Mass 1.5) และถ้าแสงอาทิตย์ทำมุม 60 องศากับพื้นโลกความเข้มของแสง จะมีค่าเท่ากับประมาณ 75 mW ต่อ ตร.ซม. หรือ 

750 W ต่อ ตร.เมตร ซึ่งมีค่าเท่ากับ AM2 กรณีของแผงโซล่าเซลล์นั้นจะใช้ค่า AM 1.5 เป็นมาตรฐานในการวัดประสิทธิภาพของแผง

กระแสไฟ (Current) จะไม่แปรตามอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงไปในขณะที่แรงดันไฟฟ้า (โวลท์) จะลดลงเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้นซึ่งโดยเฉลี่ย

แล้วทุกๆ 1 องศาที่เพิ่มขึ้น จะทำให้แรงดันไฟฟ้าลดลง 0.5%และในกรณีของแผงโซล่าเซลล์มาตรฐานที่ใช้กำหนดประสิทธิภาพของ

แผงแสง อาทิตย์คือ ณ อุณหภูมิ 25 องศา C เช่นกำหนดไว้ว่าแผงแสงอาทิตย์มีแรงดันไฟฟ้าที่วงจรเปิด (Open Circuit Voltageหรือ 

V oc) ที่ 21 V ณ อุณหภูมิ 25 องศา C ก็จะหมายความว่าแรงดันไฟฟ้าที่จะได้จากแผงแสงอาทิตย์ เมื่อยังไม่ได้ต่อกับอุปกรณ์ไฟฟ้า ณ

อุณหภูมิ 25 องศา C จะเท่ากับ 21 V ถ้าอุณหภูมิสูงกว่า 25 องศา C เช่นอุณหภูมิ 30 องศา C จะทำให้แรงดันไฟฟ้าของแผงแสง

อาทิตย์ลดลง 2.5% (0.5% x 5องศา C) นั่นคือ แรงดันของแผงแสงอาทิตย์ที่ V oc จะลดลง 0.525 V (21 V x2.5%) เหลือเพียง 

20.475 V (21V ? 0.525V) สรุปได้ว่าเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น แรงดันไฟฟ้าก็จะลดลงซึ่งมีผลทำให้กำลังไฟฟ้าสูงสุดของแผงแสงอาทิตย์

ลดลงด้วย

 

โซล่าเซลล์ที่ผลิตกันทุกวันนี้แบ่งเป็นหลักๆ ได้ 3 ชนิดครับคือ อมอฟัส, ซิลิกอน, และแบบสารประกอบครับ

         1. โดยแบบอมอฟัสคือแบบแผ่นที่เราจะเห็นทั่วไปในเครื่องคิดเลขพลังแสงอาทิตย์ สีจะดำๆ หน่อยครับ เดี๊ยวนี้มีการนำมาทำ

เป็น thin flim ด้วยนะครับ แต่เซลล์ชนิดนี้จะมีประสิทธิภาพต่ำครับ ไม่น่าจะเกิน 12%

         2.แบบต่อไปคือแบบซิลิกอนจะแบ่งออกเป็น สองประเภทหลักๆ ครับ คือแบบ โมโน กับแบบ โพลี

         2.1 โดยแบบโมโนจะเป็นชนิดผลึกเดี่ยว จะมีความบริสุทธิ์ของซิลิกอนสูงกว่าแบบโพลีครับ ซึ่งนั้นเองทำให้ราคามันแพงกว่าโพ

ลี และมีประสิทธิภาพสูงกว่า ถึงประมาณ 18% สำหรับโครงการการเรียงตัวซิลิกอนแบบเก่า แต่ในปัจจุบันชนิดโมโนได้ทำการปรับปรุง

และออกแบบใหม่ โดยมีการสะท้อนของแสงอาทิตย์ภายในเซลล์ลดลง เพื่อให้แสงตกกระทบลงบนชั้น n ได้มากที่สุดครับ ทำให้

ประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นถึง 25% เลยทีเดียว

          2.2 แบบโพลี ชนิดนี้จะมีความบริสุทธิ์ของซิลิกอนน้อยกว่า ประสิทธิภาพจะต่ำกว่าแต่ก็สูงกว่าอมอฟัสครับ ชนิดนี้ถ้าสังเกตที่

แผ่นจะมีสีเงินๆ ผสมอยู่ด้วย เนื่องจากเป็นแร่อื่นๆ ที่ติดมาด้วยครับ ประสิท๔ภาพจะอยู่ที่ประมาณ 12-15% ครับ

          3.แบบที่สาม คือสารประกอบที่เป็นสารกึ่งตัวนำชนิดอื่นๆ ที่ไม่ใช่ซิลิกอนครับ และนำมา dope แบบหลายชั้น ตั้งแต่ double 

jungtion, triple junction และ multi junction ครับ เช่น Ga, Td และอื่นๆ จำไม่ได้ครับ แหะๆ แต่ที่นิยมกันในปัจจุบันนำมาใช้กับระบบ

รวมแสง หรือ concentreated คือ GaAs หรือแกลเลียมอาเซไนด์ครับ มีประสิทธิภาพสูงถึง 35% พอดีผมใช้อยู่นะครับ แหะๆ ราคาไม่

ต้องพูดถึง สูงกว่าชนิดอื่นอยู่แล้วครับ ที่ผมสั่งซื้อไปทางไต้หวัน ให้ราคาอยู่ที่ 2.5 USD ที่จำนวน 200,000 ชิ้นครับ ถ้าสั่งขั้นต่ำอยู่ที่ 

4USD ครับ ถือว่าราคาโอเค เพราะว่าผมเคยติดต่อไปทางอเมริกา เค้าขายอยู่ที่ 45USD ครับ อันนี้ไม่ไหว

ถ้า พูดถึงประสิทธิภาพของเซลล์ทุกชนิด ต้องพูดถึงเรื่องอุณหภูมิเป็นอันดับแรกเลยครับ โดยเฉลี่ยส่วนใหญ่ ทุกๆอุณภูมิที่เพิ่มขึ้น 1 

องศา ประสิทธิภาพจะลดลงไปประมาณ 5% ครับ อันนี้ขึ้นอยู่กับข้อมูลของผู้ผลิตด้วยนะครับ ซึ่งเซลล์ประเภทอมอฟัสและซิลิกอนจะ

ผลิตกระแสไฟฟ้าได้ดีในช่วงความยาวคลื่น อินฟราเรด นั้นก็หมายความว่าจะต้องเกิดความร้อนขึ้นสูงครับเวลาใช้งานดังนั้นเซลล์

พวก นี้จึงนิยมนำใช้เป็น flat panel หรือโมดูลที่เห็นขายกันทั่วไปนั่นแหละครับ ที่มีหลายๆ เซล์รวมกันอยู่ นอกจากนี้เซลล์พวกนี้ยังไม่

สามารถใช้งานที่อุณหภูมิสูงเกินตามสเปคมันด้วย ครับ เพราะจะทำให้เซลล์เสื่อมครับ และจะไม่สามารถนำมาใช้ได้อีก 

         ปัจจุบัน การลงทุนด้านพลังงานแสงอาทิตย์ยังไม่ค่อยคุ้มทุนครับ เพราะว่าราคาเซลล์ยังแพงอยู่ การคืนทุนตั้งแต่ 9 ปีขึ้นไป

ครับ ส่วนใหญ่จะเกิน เงินลงทุนไม่ต่ำกว่าร้อยล้านแน่นอนครับ สำหรับระดับเมกกะวัตต์ขึ้นไป แต่ว่าในต่างประเทศได้คิดค้าหาวิธีใน

การลดต้นทุน บาทต่อวัตต์ลง โดยการทำการรวมแสงนั้นเองครับ หรือ concentraeted คือการใช้เลนส์หรือตัวสะท้อนแสงเพื่อให้เกิด

การรวมแสงอยู่ที่จุดเดียว และใช้เซลล์ประเภท GaAs ซึ่งสามารถทำงานที่อุณหภูมิสูงๆ ได้ครับ โดยมีฮิทซิงช่วยระบายความร้อนด้วย 

และราคาต่อวัตต์จะลดลงมาเป็นเท่าตัวเลยทีเดียวและถ้าลองมองดูศักยภาพใน ประเทศไทย ประเทศไทยเป็นประเทศที่อยู่ใกล้

เส้นศูนย์สูตรอยู่แล้ว รับแสงแดดเต็มที่ อากาศก็ร้อนด้วยร้อนโครตเลย หลายๆ คนก็คงจะคิดว่าใช้แบบ concentreated ดีกว่าซิ

อย่างงี้ คำตอบคือ ไม่จริงเสมอไปครับ คำตอบนี้สงสัยต้องตอบอีกยาวครับ เอาสั้นๆ แล้วกัน แสงอาทิตย์มี 2 แบบครับ คือ แบบตรง 

direct และแบบกระจาย diffuse ถ้าเป็นการติดตั้งแบบ concentreated จะต้องใช้แสงตรงครับ เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด แต่ถ้า

เป็นแบบ flat-panel ธรรมดา ใช้ได้ทั้งแสงตรงและแสงกระจายครับ และประเทศไทยมีแสงอาทิตย์ที่เป็นแบบตรงและแบบกระจาย

พอๆ กัน 60:40 โดยประมาณ ดังนั้นแล้วก็ต้องพิจารณาเรื่องที่ติดตั้งโครงการเป็นหลักด้วยครับ นอกจากนี้ปัจจุบันยังมีระบบติดตาม

พระอาทิตย์หรือ tracking system ด้วย แต่สำหรับในประเทศไทย ระบบflat-panel ไม่จำเป็นต้องใช้ก็ได้ครับ เพราะว่าประเทศไทยอยู่

ใกล้เส้นศูนย์สูตร องศาก็เลยไม่ค่อยต่างกันมาก แต่ถ้าทำ tracking ได้ ก็จะเพิ่มประสิทธิภาพได้อีกนิดนึงครับ แต่อาจจะไม่คุ้มทุนทำ 

เพราะต้องเสียค่าอุปกรณ์ที่เพิ่มขึ้น และค่าซ่อมบำรุงในแต่ละปี แต่สำหรับระบบ concentreated ต้องทำระบบ tracking ครับ เพราะว่า

เราต้องรวมแสงให้ตรงลงบนเซลล์นะครับ ถ้าไม่ตกลงบนเซลล์ ประสิทธิภาพก็จะลดลงหรือกลายเป็นศูนย์ไปได้เลยครับ


  • solarcell22.jpg
    เซลล์แสงอาทิตย์ (Solar Cell) เป็นอุปกรณ์สำหรับเปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์ให้เป็นพลังงานไฟฟ้า โดยการนำสารกึ่งตัวนำ เช่น ซิลิกอนซึ่งมีราคาถูกที่สุดและมีมากที่สุดบน พื้นโลก มาผ่านกร...

  • DSCF0053.JPG
    เครื่องแปลงกระแสไฟฟ้าคืออะไร เครื่องแปลงกระแสไฟฟ้าหรือInverterเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ ถือว่ามีความสำคัญที่สุด และ มีความซับซ้อนเครื่องแปลงกระแสไฟฟ้านี้ มีหน้าที่ แปลงไฟฟ...

  • DSCF6401.png
    เครื่องควบคุมการประจุ ตรงกับคำภาษาอังกฤษว่า Charger controller บ้างก็ใช้ Charge regulator ชื่อก็บอกอยู่ชัดเจนว่าหน้าที่คือ ประจุไฟฟ้าที่ผลิตได้จากแผง เซลล์แสงอาทิตย์ลงในแบตเตอร...

  • battery12VN200.jpg
    แบตเตอรี่ แบตเตอรี่ (Battery) คือ อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่จัดเก็บพลังงานเพื่อไว้ใช้ ต่อไป ถือเป็นอุปกรณ์ที่สามารถแปลงพลังงานเคมีให้เป็นไฟฟ้าได้โดยตรง ด้วยการใช้เซลล์กัลวานิก (galvanic ...

  • solar00.jpg
    โซลาร์เซลล์ (SOLAR CELL) 1. อยากติดโซลาร์เซลล์ที่บ้าน เพื่อลดค่าไฟฟ้าจะคุ้มหรือไม่ จุดคุ้มทุนกี่ ปี่? ตอบคุ้มแน่นอนครับ เมื่อคืนทุน 7-9 ปีในการช่วยลดค่าไฟฟ้า ด้วยอายุการ ทำงานของแ...

  • sayfai.jpg
    การเลือกใช้งานไฟฟ้าอย่างเหมาะสม สายไฟมีหน้าที่เป็นตัวนำไฟฟ้าโดยที่เป็นโลหะหรือวัสดุที่ยอมให้ กระแสไฟฟ้าไหลผ่านได้ดีหรือเป็นสื่อในการส่งกระแสไฟฟ้าจากที่หนึ่ง ไปอีกที่หนึ่ง เปรีย...

  • ฮาวมิเตอร์.jpg
    Energy Meter ( Watt hour meter ) การวัดและเครื่องวัดพลังงาน เมื่อเราคำนวณกำลังที่สูญเสียในโหลดในช่วงเวลาที่กำหนดเราจะได้รับ พลังงานงานที่ใช้ไปซึ่งเขียนได้ในรูป เมื่อวัดช่ว...

  • Untitled-1.jpg
    Grid Tie Inverter ระบบ On Grid System หรือ Grid Tie Inverter เป็นระบบที่เชื่อมต่อโซ ล่าเซลล์เข้ากับสายส่งไฟฟ้าเพื่อขายไฟฟ้าคืนให้การไฟฟ้าหรือช่วย ประหยัดค่าไฟฟ้าได้ อุปกณ์ที่เกี่ยว...

  • inverter pure sine wave 6000w (1).jpg
    หลักการทำงานและชนิดของ UPS เข้าชมสินค้าได้ที่นี่ รุ่นขนาด 1Kw , รุ่นขนาด 2Kw , รุ่นขนาด 3Kw , รุ่นขนาด 6Kw ตามมาตรฐาน EN 50091-3 / IEC 62040-3 สามารถแบ่ง UPS ออกเป็น ...

  • ดาวน์โหลด.jpg
    คำถามเรื่องไฟฟ้าที่คุณอยากรู้ - สาระน่ารู้ เพื่อที่อยู่อาศัย ในชีวิตประจำวันของคนเรา ส่วนใหญ่ต้องใช้ไฟฟ้าเป็นแหล่ง พลังงานสำคัญในการดำเนินชีวิต แต่มีคนจำนวนไม่มากนักที่จะให้ควา...

  • what-is-power-factor_img1.jpg
    Power Factor (PF.) คืออะไร? สำหรับโรงงานอุตสาหกรรม อาคารขนาดใหญ่หรือผู้ใช้ไฟฟ้าที่มีการใช้ไฟฟ้าระบบ 3 เฟสที่มีการใช้กำลังงานมากกว่า 30 kW ขึ้นไปในบิลเรียกเก็บค่าไฟฟ้าที่ได้รับใน...

  • 9669.jpg
    ความหมายของ IP (Ingress Protection) ความหมายของระดับการป้องกันที่ใช้กัน หรือ IP (Ingress Protection) เป็น ค่าที่กำหนดค่ามาตรฐานของอุปกรณ์ไฟฟ้านั้นๆ ในการป้องกันอันตราย จาก ของแข็ง...

  • solarccccc.jpg
    การคำนวณปริมาณไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ตัวอย่างบ้านหลังหนึ่ง ใช้อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าดังนี้ 1.หลอดฟลูออเรสเซนต์18วัตต์ 2หลอดรวม 36วัตต์แต่ละ หลอดใช้ไฟฟ้า ทั้งหมด6ชั่วโมง จะใช้ไฟฟ้า...

  • yher.jpg
    สูตร การคำนวณค่าทางไฟฟ้ากระแสสลับ A = KW x 1000 / Vx P.F. (1 Phase) A = KW x 1000 / 1.732 x Vx P.F. (3 Phase) KW. = A x V x P.F. / 1000 (1 Phase) KW. = A x V x 1.732 x P.F. / 100...